วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

สูตรอาหารคลีน30สูตร

สูตรอาหารคลีนกว่า 30 เมนู ลดน้ำหนักจาก 78 เหลือ 63 กิโลกรัม 1380892อ่าน 1,642 อาหารคลีน อาหารคลีน เทรนด์ลดน้ำหนักมาแรงที่ใครหลายคนกำลังตามหาสูตร วันนี้กระปุกดอทคอมมีเมนูอาหารแบบคลีน ๆ มาเอาใจคุณสาว ๆ ที่กำลังไดเอตกันค่ะ รับรองว่าต้องถูกใจและช่วยให้คุณผอมลงได้ชัวร์ ๆ ทุกวันนี้เทรนด์สุขภาพอย่างการรับประทานอาหารแบบคลีน ๆ เพื่อลดน้ำหนักกำลังมาแรงมาก ๆ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่สาว ๆ นิยมหันมากินคลีนกันมากขึ้น ซึ่งการกินคลีนนั้นอย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่าต้องเป็นอาหารที่สด สะอาด และไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงแต่งรสใด ๆ มากนัก ซึ่งกินแล้วจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แถมยังพ่วงมาด้วยประโยชน์ทำให้น้ำหนักลดลงได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่คุณสาว ๆ สมัยใหม่จะหันมาเน้นกินคลีนกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้อาหารคลีนนั้นก็ยังคงหากินยาก กว่าจะได้กินก็ต้องลำบากตามหาซื้อกันให้ควั่ก แต่วันนี้คุณสาว ๆ ที่รักสุขภาพทั้งหลายคงไม่ต้องลำบากกันต่อไปแล้วล่ะค่ะ เพราะกระปุกดอทคอมได้รวบรวมเมนูอาหารคลีน ๆ ที่ทำด้วยตัวเองง่าย ๆ มาฝากกันแล้วจ้า สำหรับสูตรที่เอามาฝากกันนี้เป็นของคุณ ทำวันนี้เพื่อลูก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ซึ่งเธอและเพื่อนของเธอได้ทดลองกับตัวเองแล้วว่าอาหารคลีนสามารถเปลี่ยนชีวิตของเธอให้ผอมลงได้จริง ๆ ซึ่งเชื่อไหมคะว่าจากน้ำหนัก 78 ก็สามารถลดลงเหลือ 63 กิโลกรัมได้ง่าย ๆ เพียงแค่รับประทานอาหารตามนี้ ซึ่งมีให้เลือกมากมายกว่า 30 เมนูเชียวนะ เอ้า ! เตรียมสมุดปากกาให้พร้อม แล้วตามไปจดสูตรกันเลย หน้าตาอาหารที่ทำกินอยู่ทุกวันนี้ค่ะ อาหารคลีน นอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว มันยังสร้างรายได้ให้เราด้วยนะ เริ่มแรกเลยเจอกระทู้อาหารคลีนจากในพันทิปเมื่อปีที่แล้ว และก็ทำกินเอง จนลดลงไป 8 กิโลกรัม เพื่อนเราเห็นว่าเราลดจริงเลยสนใจอยากให้ทำให้นางบ้าง เพราะนางไม่มีเวลาทำเอง เราอยู่ศรีราชา เพื่อนอยู่ระยอง เราเลยทำไปส่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต้องแช่แข็งไว้ค่ะ ปฏิบัติการนี้จึงเริ่มต้นขึ้น เริ่ม 1 กันยายน 2557 อันนี้รูปก่อนกิน หนัก 78 กิโลกรัม สูง 157 เซนติเมตร อาหารคลีน กินอาหารสามมื้อไม่มีการอดนะคะ - บางเมนูอาจจะไม่คลีน แต่ก็ไร้ไขมัน - เมนูดัดแปลงเพื่อสุขภาพที่ดี - วัตถุดิบหลักคืออกไก่ลอกหนังและไขมันจนสะอาด และปลา หรือกุ้ง (น้อย) - ผักส่วนใหญ่จะปลูกเอง เมนูในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นเก็บผักอะไรได้ค่ะ 1. สเต๊กปลาดอลลี่ อาหารคลีน ปลาดอลลี่หมักเกลือ Low Sodium นำไปย่างบนกระทะเทฟลอน พอสุก โรยพริกไทยกับออริกาโน่ (ไม่มีไม่ต้องใส่จ้า) พอดีที่บ้านมีเลยใส่เพราะมันหอมดีกินกับข้าวกล้อง 1-2 ทัพพี และผักต้ม 2. ข้าว (ไม่มัน) ไก่ อาหารคลีน - หุงข้าวกล้องกับน้ำซุปผัก (อันนี้ใส่เห็ดนางฟ้าด้วย พอดีเห็ดออกเยอะ) อกไก่ลอกหนังและไขมันออกให้หมด นำไปต้มหรือนึ่ง - น้ำจิ้ม เต้าเจี้ยว (ล้างน้ำออกเอาแต่เม็ด) ขิงแก่ พริกขึ้หนู มะนาว น้ำหวานดอกมะพร้าว ซีอิ๊วดำ และน้ำเปล่า โขลกรวมกัน ชิมรสตามชอบ - น้ำซุปผัก ต้มน้ำเปล่ากับรากผักชีทุบ หัวไชเท้า ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ ซีอิ๊ว Low Sodium 3. ราดหน้าไก่ ผักรวม อาหารคลีน - ใช้เส้นหมี่ข้าวกล้อง นำไปลวกพักไว้ ผัดกระเทียมให้หอม (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) ใส่อกไก่ (อกไก่หมักกับซีอิ๊ว Low Sodium และไข่ไก่) ลงไปผัดพอสุก ใส่คะน้า แครอท เห็ดหอมแช่น้ำหั่นลงไป - เติมน้ำซุปผัก เต้าเจี้ยว (ล้างน้ำออกเอาแต่เม็ด) ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ ซีอิ๊ว Low Sodium เป็นอันเสร็จค่ะ - ตอนปรุงให้ใช้มะนาวแทนน้ำส้มสายชู น้ำหวานดอกมะพร้าวแทนน้ำตาล และพริกป่นนิดหน่อยค่ะ 4. แกงส้มมะละกอกุ้ง อาหารคลีน โขลกพริกแกงส้มกับเนื้อปลาต้มสุก ละลายในน้ำเดือด ใส่มะละกอ ปรุงรสด้วยเกลือ Low Sodium น้ำมะขามเปียก และน้ำหวานดอกมะพร้าวนิดหน่อย ชิมให้ได้รสที่ชอบแล้วค่อยใส่กุ้งลงไป เสร็จแล้วค่ะ 5. กะเพรากุ้ง อาหารคลีน ผัดกระเทียมกับพริกขี้หนู (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) ใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว Low Sodium พอกุ้งสุกใส่กะเพรา 6. ผัดเปรี้ยวหวานกุ้ง อาหารคลีน ผัดน้ำพริกเผา (ตำเอง ไม่ผัด) (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) ให้หอม ใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว Low Sodium น้ำหวานดอกมะพร้าว ใส่พริกหวานและต้นหอม ปิดไฟรอให้เย็นแล้วค่อยบีบมะนาวลงไป 7. อาหารญี่ปุ่น อาหารคลีน ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวญี่ปุ่น ปูอัดแบบไม่มีแป้งผสม สาหร่ายแผ่น ม้วน ๆ ตามแบบเลยจ้า 8. ผัดพริกแกงเขียวหวานไก่ อาหารคลีน ผัดน้ำพริกแกงเขียวหวาน (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) ใส่อกไก่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา Low Sodium น้ำหวานดอกมะพร้าว ชิมรสตามชอบ ใส่มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้า ผัดพอสุก 9. น้ำพริกกะปิปลาทูย่าง (อันนี้ไม่คลีนเพราะกะปิ) อาหารคลีน ตำน้ำพริกกะปิสูตรตัวเองเลยค่ะ แค่เปลี่ยนเครื่องปรุงเป็นแบบ Low Sodium ทั้งหมด และใช้น้ำหวานดอกมะพร้าวแทนน้ำตาล (ใส่แต่น้อย) ปลาทูก็ย่างแทนทอด 10. ขนมจีนน้ำยาปู อาหารคลีน ใช้เส้นขนมจีนข้าวกล้องแบบกึ่งสำเร็จ มีขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตัวน้ำยาใช้พริกแกงเผ็ดโขลกกับเนื้อปู แล้วผัดน้ำมันมะกอกสเปรย์ เติมนมสด Low fat พอเดือด ปรุงรสด้วย น้ำปลา เกลือ Low Sodium น้ำหวานนิดหน่อย (แต่เราไม่ใส่) ใส่เนื้อปูลงไปอีดนิด ต้นอ่อนทานตะวันปลูกเอง เสร็จแล้วจ้า 11. ผัดพริกแกงไก่ อาหารคลีน ผัดพริกแกงเผ็ด (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) ใส่อกไก่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา Low Sodium ใส่มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้า ผัดพอสุก 12. ไก่ย่างเกลือ อาหารคลีน หมักอกไก่กับเกลือ Low Sodium ทิ้งไว้ 1 คืน นำมาย่างบนกระทะเทฟลอน กินกับไข่ต้ม ผัก และข้าวกล้อง คลี๊นคลีน ต้นอ่อนทานตะวันปลูกเอง 13. ผัดพริกแกงถั่วฝักยาว อาหารคลีน สูตรเดียวกับผัดพริกแกงไก่เลยจ้า (ถั่วนี่เราปลูกเองค่ะ) 14. ซีซาร์สลัด อาหารคลีน สลัดคอส (ปลูกเอง) ฉีกเป็นชิ้น ๆ คลุกเคล้ากับน้ำสลัดซีซาร์แบบ Fat free ใส่มะเขือเทศ กรูตอง และอกไก่พริกไทยดำย่าง (หมักอกไก่กับพริกไทยดำและเกลือ Low Sodium ทิ้งไว้ 1 คืน) 15. ข้าวคลุกน้ำพริกปลาทูห่อไข่ อาหารคลีน เจียวไข่บาง ๆ ด้วยน้ำมันมะกอกสเปรย์ พักไว้ คลุกข้าวกล้องกับน้ำพริกปลาทู (พริกหนุ่ม กระเทียม พริกขี้หนู หอม ปลาทู นำไปย่างไฟให้หอม แล้วโขลกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา Low Sodium และมะนาว) 16. สปาเกตตีไส้กรอกพริกแห้ง (ไม่คลีนเพราะไส้กรอก) อาหารคลีน ใช้เส้นสปาเกตตีโฮลวีทต้มสุก สะเด็ดน้ำพักไว้ ผัดกระเทียมจีนกับพริกแห้งย่าง (ใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์) จนหอม ใส่ไส้กรอก (ใช้แบบเนื้อหมูล้วน) พอสุกใส่เส้นสปาเกตตี ปรุงรสด้วยเกลือ Low Sodium ใส่ใบโหระพา เสร็จแล้วค่ะ 17. ข้าวผัดไก่ อาหารคลีน ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกเสปรย์ให้หอม ใส่อกไก่ ผัดพอสุกใส่ข้าวกล้อง ปรุงรสด้วยน้ำปลากับซีอิ๊ว Low Sodium แหวกข้าว ตอกไข่ไก่ลงไป ยีไข่ให้แตก ผัดรวมกันอีกทีแล้วใส่คะน้า พอคะน้าสุกก็ปิดไฟเลยค่ะ 18. ไก่ย่างพริกปาปริก้า อาหารคลีน หมักอกไก่กับผงพริกปาปริก้า พริกไทยขาว เกลือ Low Sodium ทิ้งไว้ 1 คืน นำไปย่างบนกระทะเทฟลอน กินกับข้าวกล้องและผักสด ๆ (ปลูกเองทั้งหมดยกเว้นมะเขือเทศจ้า) 19. ข้าวปลาทูย่าง อาหารคลีน เมนูนี้ง่ายมาก แค่ย่างปลาทู กินกับไข่ต้มและข้าวกล้อง แกล้มกับผักสด ๆ 20. ข้าวคลุกน้ำพริก อาหารคลีน ข้าวกล้องคลุกกับน้ำพริกอะไรก็ได้ ลีน ๆ คลีน ๆ (เน้นทำเองและใช้เครื่องปรุง Low Sodium) ทอดไข่ดาวบนน้ำมันมะกอกสเปรย์ แค่นี้ก็อร่อยเหาะแล้ว 21. ข้าวปลาทู อาหารคลีน อันนี้เมนูลูกรัก ข้าวกล้องกับปลาทูย่าง ไข่เจียวต้นอ่อนทานตะวัน ง่าย ๆ ได้ประโยชน์มาก ๆ เลยจ้า 22. บรอกโคลีผัดกุ้ง อาหารคลีน ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกสเปรย์จนหอม ใส่บรอกโคลี ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา และซีอิ๊ว Low Sodium ใส่กุ้งลงไปผัดต่อจนกุ้งพอสุก 23. ผัดพริกแกงถั่วฝักยาวกุ้ง อาหารคลีน สูตรเดียวกับผัดพริกแกงอื่น ๆ แค่เปลี่ยนจากไก่เป็นกุ้งก็ได้อรรถรสแล้วค่ะ 24. ข้าวคลุกปลาทูย่าง อาหารคลีน อันนี้ก็เมนูลูกรัก คลุกข้าวกล้องกับปลาทูย่าง เติมน้ำปลา Low Sodium แกล้มกับผักสดที่ปลูกเอง ฟินนะ 25. ข้าวผัดพริกขี้หนูปูอัด อาหารคลีน ผัดข้าวกับพริกขี้หนูสวน ใส่ปูอัดแบบไม่มีแป้งลงไป ทานกับผักสด 26. ข้าวคลุกน้ำพริกกะปิห่อไข่ อาหารคลีน เจียวไข่บาง ๆ ด้วยน้ำมันมะกอกสเปรย์ พักไว้ คลุกข้าวกล้องกับน้ำพริกกะปิ ตักใส่จานแล้วนำไข่เจียวมาโปะบนข้าว 27. ฟักทองผัดไข่ อาหารคลีน ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกสเปรย์จนหอม ใส่ไก่ลงไปผัดพอสุก ใส่ฟักทอง ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว Low Sodium ฟักทองสุกก็เสร็จแล้วค่ะ 28. ข้าวไข่เจียวบลอกโคลี+น้ำจิ้มแจ่ว อาหารคลีน ตีไข่ไก่กับบลอกโคลีสับละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา และซีอิ๊ว Low Sodium ทอดไข่บนกระทะเทฟลอนโดยใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์ น้ำจิ้มแจ่ว ใช้น้ำปลา มะนาว พริกป่น น้ำเปล่า ข้าวคั่ว และผักชีฝรั่งซอย 29. ปลาดอรี่ผัดกระเทียม อาหารคลีน ผัดกระเทียม (เยอะ ๆ) กับน้ำมันมะกอกสเปรย์จนหอม ใส่ปลาดอรี่ ปรุงรสด้วย น้ำปลาและซีอิ๊ว Low Sodium ผัดจนปลาสุกก็เสร็จจ้า 30. ผัดก้านผักกาดเขียว อาหารคลีน ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกสเปรย์จนหอม ใส่ด้านผักกาดเขียว และกุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา และซีอิ๊ว Low Sodium กุ้งสุกก็ปิดไฟเลยจ้า 31. ไก่แดดเดียว อาหารคลีน หมักอกไก่กับเกลือและน้ำปลา Low Sodium ทิ้งไว้ 3 ชม. นำไปตากแดดจนแห้งทั้งสองด้าน เอามาย่างบนกระทะเทฟลอน กินกับน้ำปลาพริก แซ่บลื้มมม 32. บะหมี่ผักต้มยำแห้ง อาหารคลีน ใช้บะหมี่ผักแทนบะหมี่เหลืองทั่วไป ลวกเส้นกับถั่วฝักยาวพักไว้ นึ่งหรือต้มไก่แล้วฉีกเป็นเส้น ๆ ตักน้ำซุปผักใส่ถ้วยสัก 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำปลา มะนาว น้ำหวานดอกมะพร้าว พริกป่น คนให้เข้ากันแล้วนำไปคลุกกับบะหมี่ แต่งหน้าด้วยอกไก่ฉีก ถั่วฝักยาวลวก ไข่ต้ม โรยด้วยถั่วลิสงคั่วป่น 33. ไข่พะโล้ อาหารคลีน ต้มซุปผักทิ้งไว้ โขลกรากผักชีกับกระเทียมผัดกับอกไก่ (หรือหมูไม่ติดมัน) หั่นชิ้นใหญ่ ๆ หน่อย (เต้าหู้แผ่นย่างบนกระทะไม่ใช้น้ำมัน) ผัดรวมกันปรุงรสด้วยน้ำมันหอย Low Sodium ซีอิ๊วดำ ผงพะโล้ น้ำหวานดอกมะพร้าว (ชิมรสอย่าให้หวานมากนะคะ) และเกลือ Low Sodium จนสุก นำใส่หม้อซุปผัก เคี่ยวเรื่อย ๆ ใส่ไข่ต้มลงไป เคี่ยวสัก 3-4 ชั่วโมงก็ได้กินแล้วค่ะ ใครสนใจสูตรอาหารคลีน หรือต้องการคำแนะนำ ติดตามได้จากไอจีเลยค่ะ ก่อนกิน 78 กิโลกรัม อาหารคลีน 1 กุมภาพันธ์ 2558 อันนี้รูปเพื่อนเราปัจจุบันนะคะ 63 กิโลกรัม อาหารคลีน หวังว่ากระทู้นี้คงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนที่คิดจะลดน้ำหนักอยู่ไม่มากก็น้อยนะคะ ปล. ช่วงแรกน้ำหนักตัวเพื่อนมากเลยไม่ได้ออกกำลังกาย จนลดลงมาเหลือ 70 ถึงเริ่มเดิน วิ่ง และแอโรบิกเรื่อย ๆ ค่ะ จริง ๆ ลดเหลือ 63 กิโลกรัม ตั้งแต่หลังปีใหม่แล้ว เพื่อนไม่ดื่มแอลกอฮอล์และของหวาน น้ำอัดลม น้ำหวานทุกชนิด คือทานอาหารตามนี้เป๊ะ ๆ เลย ไม่มีชีทมีลด้วย นางแน่มากกกก ทุกวันนี้แต่งตัวได้สวย ใส่ชุดไหนก็สวย หน้าก็สดใส ดูเด็กขึ้น ที่สำคัญไม่ปวดเข่าแล้ว ความแตกต่างระหว่างกิน อาหารคลีน อาหารคลีน ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าแค่เปลี่ยนอาหารการกินก็สามารถทำให้เราผอมลงได้แบบง่าย ๆ แล้ว สงสัยคุณสาว ๆ ที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักคงต้องลองเอาสูตรทั้งหมดนี้ไปลองทำและรับประทานกันดูซะแล้วล่ะคะ เอ้า ! จะช้าอยู่ทำไมละจ๊ะ อยากผอมเร็ว ๆ ก็รีบไปกินคลีนกันเลย ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ ทำวันนี้เพื่อลูก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม https://health.kapook.com/view114093.html

หมวดหมู่:รัชกาลที่ 10

หมวดหมู่:รัชกาลที่ 10 หมวดหมู่ย่อย หมวดหมู่นี้มี 4 หมวดหมู่ย่อยต่อไปนี้ จากทั้งหมด 4 หมวดหมู่ ► สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร‎ (5 น) พ ► พระภรรยาในรัชกาลที่ 10‎ (3 น) ► พระราชโอรสในรัชกาลที่ 10‎ (5 น) อ ► องคมนตรีในรัชกาลที่ 10‎ (14 น) หน้าในหมวดหมู่ "รัชกาลที่ 10" มีบทความ 3 หน้าในหมวดหมู่นี้จากทั้งหมด 3 หน้า รายการที่ปรากฎด้านล่างอาจไม่รวมการแก้ไขล่าสุด ร ราชสกุลวงศ์ในราชวงศ์จักรี รายนามองคมนตรีในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_10

กระต่าย

กระต่าย กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอฟ ซึ่งเป็นกระต่ายสายพันธุ์เล็ก และนิยมเป็นสัตว์เลี้ยงกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง กระต่าย (อังกฤษ: Rabbit) เป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับกระต่าย (Lagomorpha) ในวงศ์ Leporidae กระต่ายแม้จะมีฟันแทะเหมือนกับสัตว์ฟันแทะ (Rodentia) แต่ถูกจัดออกมาเป็นอันดับต่างหาก เนื่องมีจำนวนฟันที่ไม่เท่ากัน เพราะกระต่ายมีฟันแทะที่ขากรรไกรบน 2 แถว เรียงซ้อนกันแถวละ 2 ซี่ ฟันกรามบนข้างละ 6 ซี่ และฟันกรามล่างข้างละ 5 ซี่ เมื่อเวลาเคี้ยวอาหาร กระต่ายจะใช้ฟันทั้ง 2 ด้านเคี้ยวสลับกันไป ต่างจากสัตว์ฟันแทะโดยทั่วไปที่เคี้ยวเคลื่อนหน้าเคลื่อนหลัง ซึ่งสามารถเขียนเป็นสูตรได้ว่า {\displaystyle (1{\tfrac {2}{2}},C{\tfrac {0}{0}},P{\tfrac {3}{2}},M{\tfrac {2}{3}})X2=28} {\displaystyle (1{\tfrac {2}{2}},C{\tfrac {0}{0}},P{\tfrac {3}{2}},M{\tfrac {2}{3}})X2=28} กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนปุกปุยทั่วลำตัว มีหางกลมสั้น มีใบหูยาวเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ซึ่งวิวัฒนาการมาใช้สำหรับฟังเสียงได้เป็นอย่างดี และยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก กระต่ายมีขาหน้าที่มี 5 นิ้ว ขาหลังมี 4 นิ้ว มีสะโพกที่ยาวและทรงพลัง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ จึงสามารถกระโดดได้เป็นอย่างดี เคยมีการประกวดการกระโดดของกระต่ายที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ กระต่ายตัวที่กระโดดได้สูงที่สุดกระโดดได้สูงถึง 99.5 เซนติเมตรเลยทีเดียว[1] ใต้ฝ่าตีนของกระต่ายมีขนนุ่ม ๆ รองรับอยู่ เพื่อมิให้เกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว กระต่ายเป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่ายและมีความว่องไวปราดเปรียวมากในการระแวดระวังภัย นอกจากนี้แล้วตาของกระต่ายยังมีหนังตาหรือเปลือกตาถึง 3 ชั้นด้วยกัน[2] ดวงตาของกระต่ายมีลักษณะกลมโต ทำให้กระต่ายสามารถเหลือบมองภาพด้านหลังได้โดยที่ไม่ต้องหันหัวเลย กระต่ายจัดเป็นสัตว์ที่มีระบบการมองเห็นที่ดีกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ มาก แต่กระต่ายสามารถมองเห็นสีได้เพียงแค่ 2 สีเท่านั้น คือ สีเขียวและสีน้ำเงิน และจะยิ่งมองได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด [1] กระต่ายเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารเท่านั้น ต่างจากสัตว์ฟันแทะที่กินได้ทั้งเนื้อและพืช อาหารของกระต่ายได้แก่ หญ้าและพืชผักชนิดต่าง ๆ อายุขัยโดยเฉลี่ยของกระต่ายจะอยู่ที่ 2-3 ปี หรือเต็มที่ก็ 5-10 ปี นับเป็นสัตว์ที่สืบพันธุ์เร็วมาก โดยปีหนึ่ง ๆ กระต่ายสามารถออกลูกได้ถึง 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 ตัว กระต่ายในธรรมชาติ มักอาศัยอยู่ในที่ราบโล่งที่เป็นทุ่งหญ้ามากกว่าป่าทึบ โดยขุดโพรงใต้ดินเป็นรังและที่อยู่อาศัย ลูกกระต่ายป่าในธรรมชาติ เมื่อแรกเกิดจะลืมตา และในวันรุ่งขึ้นก็สามารถวิ่งและกระโดดได้เลย เมื่อกระต่ายตัวเมียจะคลอดลูก จะแยกออกจากรังเดิมไปขุดรังใหม่ เพื่อป้องกันลูกอ่อนจากกระต่ายตัวผู้ ซึ่งอาจฆ่าลูกกระต่ายเกิดใหม่ได้ โดยจะกัดขนตัวเองเพื่อปูรองรับลูกใหม่ที่จะเกิดขึ้นมา นอกจากนี้แล้วตามธรรมชาติของกระต่าย ไม่ว่าจะเป็นกระต่ายป่าหรือกระต่ายบ้าน จะมีพฤติกรรมกินมูลของตัวเองที่ขับถ่ายออกมา มูลลักษณะนี้ถูกเรียกว่า "มูลพวงองุ่น" เป็นมูลซึ่งยังมีสารอาหารอยู่ ที่กระต่ายไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารไปได้หมด จึงต้องกินเข้าไปในร่างกายอีกครั้งเพื่อดูดซึมสารอาหารให้หมด [1] กระต่ายกระจายพันธุ์ไปในทุกภูมิภาคทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งเขตอาร์กติก ยกเว้นโอเชียเนียและทวีปออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบกระต่ายที่เป็นกระต่ายสายพันธุ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติเพียงชนิดเดียว คือ กระต่ายป่า (Lepus peguensis) [3] กระต่ายโดยธรรมชาติ เป็นสัตว์ที่อยู่สุดปลายของห่วงโซ่อาหาร ด้วยเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อชนิดต่าง ๆ เช่น หมาป่า, หมาจิ้งจอก, แมวป่า, เสือชนิดต่าง ๆ, หมาใน, ชะมด, เพียงพอน รวมถึงงูขนาดใหญ่ด้วย เช่น งูหลามและงูเหลือม [4] กระต่ายเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับมนุษย์มาเป็นเวลานาน ด้วยการเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อเป็นอาหารและเกมกีฬาโดยเฉพาะในแถบทวีปยุโรป ในเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ ชาวตะวันตกเชื่อว่า การพกตีนกระต่ายจะนำมาซึ่งโชคดี ความเชื่อนี้เชื่อกันอย่างมากโดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ เชื่อว่า หากพกตีนกระต่ายที่เป็นตีนของขาหลังด้านซ้าย และหากคนที่ฆ่ากระต่ายตัวนั้นเป็นคนตาเหล่ หรือจับกระต่ายตัวนั้นได้ในสุสานหรือในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หรือคืนวันศุกร์ที่ 13 ก็จะยิ่งช่วยให้โชคดียิ่งขึ้น [1] มาชิมาโร่ ตัวการ์ตูนที่เป็นกระต่ายของเกาหลีใต้ ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า กระต่ายเป็นเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ มีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ เป็นสัตว์เลี้ยงของฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ การมอบรูปลักษณ์ของกระต่ายจึงถือเป็นการมอบความปรารถนาให้โชควาสนาให้แก่กัน[5] นอกจากนี้แล้วในทางโหราศาสตร์ กระต่ายยังเป็นตัวแทนของนักษัตรลำดับที่ 4 คือ ปีเถาะ ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นกระต่าย [6] กระต่ายยุโรป ที่เป็นต้นสายพันธุ์ของกระต่ายบ้านที่นิยมเลี้ยงกันในปัจจุบัน และยังได้กลายมาเป็นต้นแบบของตัวการ์ตูนหลากหลายตัว เช่น โรเจอร์ แรบบิท, บักส์ บันนี ที่ได้ต้นแบบมาจากกระต่ายป่าที่ปราดเปรียว หรือมาชิมาโร่ ของเกาหลีใต้ที่เป็นสื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต [7] โดยตัวละครการ์ตูนกระต่ายตัวแรกของโลก มีชื่อว่า "ออสวอลด์" ปรากฏตัวในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Oswald the Lucky Rabbit เมื่อปี ค.ศ. 1927 จากการสร้างสรรค์ของวอลต์ ดิสนีย์[1] ในปัจจุบัน กระต่ายได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ทั้งในแง่ของการเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม และสัตว์เศรษฐกิจเพื่อรับประทานเนื้อ โดยกระต่ายชนิดที่นำมาพัฒนาสายพันธุ์จนเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น โดยมากจะเป็นชนิด กระต่ายยุโรป (Oryctolagus cuniculus) ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปยุโรป[8] ซึ่งกระต่ายสายพันธุ์สวยงามนั้นก็มีด้วยกันหลากหลายมากมาย โดยมีขนาดแตกต่างกันออกไปตามขนาดและลักษณะลำตัว เช่น เนเธอร์แลนด์ดวอฟ, โปลิช, ฮอลแลนด์ลอป ซึ่งเป็นกระต่ายขนาดเล็ก และอิงลิชลอป ที่เป็นกระต่ายขนาดใหญ่ เป็นต้น โดยมีองค์กรที่ทำการรองรับและจัดมาตรฐานสายพันธุ์กระต่ายในระดับสากล คือ สมาคมผู้พัฒนาสายพันธุ์กระต่ายแห่งสหรัฐอเมริกา (ARBA) กระต่ายสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ คอนทิเนนทัล ไจแอนท์ ที่เมื่อโตเต็มที่แล้วมีน้ำหนักมากได้ถึง 20 กิโลกรัม และมีขนาดพอ ๆ กับสุนัขขนาดกลางตัวหนึ่ง และสถิติกระต่ายที่มีอายุยืนที่สุดในโลก คือ 16 ปี 14 วัน เป็นกระต่ายสายพันธุ์เจอร์ซี วูลลี ที่เป็นกระต่ายสายพันธุ์ขนยาว ชื่อ "ดู" (Do) [1] https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2

ชาดก

ชาดก ส่วนหนึ่งของ ศาสนาพุทธ Dhamma Cakra.svg สถานีย่อย Dharmacakra flag (Thailand).svg ประวัติศาสนาพุทธ ศาสดา พระโคตมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้า) จุดมุ่งหมาย นิพพาน พระรัตนตรัย พระพุทธ · พระธรรม · พระสงฆ์ ความเชื่อและการปฏิบัติ ศีล (ศีลห้า) · ธรรม (เบญจธรรม) สมถะ · วิปัสสนา บทสวดมนต์และพระคาถา คัมภีร์และหนังสือ พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก หลักธรรม ไตรลักษณ์ · อริยสัจ 4 · มรรค 8 · ปฏิจจสมุปบาท · มงคล 38 นิกาย เถรวาท · มหายาน · วัชรยาน สังคมศาสนาพุทธ ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน การจาริกแสวงบุญ พุทธสังเวชนียสถาน · การแสวงบุญในพุทธภูมิ ดูเพิ่มเติม อภิธานศัพท์ศาสนาพุทธ หมวดหมู่ศาสนาพุทธ ชาดก (สันสกฤต: บาลี: जातक) คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก ชาดกที่ทรงเล่านั้นมีหลายร้อยเรื่อง ว่าทรงเคยเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เป็นสัตว์บ้าง แต่ที่รู้จักกันโดยทั่วไป คือ 10 ชาติสุดท้ายที่เรียกว่าทศชาติชาดก และชาติสุดท้ายที่สุดที่ทรงเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร จึงเรียกเรื่องพระเวสสันดรนี้ว่า มหาเวสสันดรชาดก https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81

โดเรม่อน

โดราเอมอน เรื่อง บทความนี้เกี่ยวกับการ์ตูนโดราเอมอน สำหรับตัวละครโดราเอมอน ดูที่ โดราเอมอน (ตัวละคร) โดราเอมอน ตัวละครหลักของเรื่องโดราเอมอน ตัวละครหลักของเรื่องโดราเอมอน ชื่อ โดราเอมอน ชื่อญี่ปุ่น ドラえもん ชื่ออังกฤษ Doraemon ประเภท สำหรับเด็ก แนว ตลก-ดราม่า, ไซไฟ มังงะ เขียนเรื่อง ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โชงะกุกัง ไทย เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ นิตยสาร โชงะกุอิจิเน็นเซย์-โยะเน็นเซย์ โคโรโคโรคอมิก เทเลบิคุง เมื่อ พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2539 จำนวนเล่ม 45 เล่ม (รายชื่อตอน) อะนิเมะ โดราเอมอน กำกับ มิตสึโอะ คามิริ สตูดิโอ นิปปอนเทเลวิชัน โดงะ ฉายครั้งแรก 1 เมษายน พ.ศ. 2516 – 30 กันยายน พ.ศ. 2516 อะนิเมะ โดราเอมอน (1979) กำกับ เรียว โมโตฮิระ > สึโตมุ ชิบายามะ สตูดิโอ ชินเอย์แอนิเมชัน ฉายครั้งแรก 2 เมษายน พ.ศ. 2522 – 18 มีนาคม พ.ศ. 2548 อะนิเมะ โดราเอมอน (2005) กำกับ โคโซ คุสึบะ > โซอิจิโร เซ็น สตูดิโอ Asatsu-DK, ชินเอย์แอนิเมชัน ฉายครั้งแรก 15 เมษายน พ.ศ. 2548 – ปัจจุบัน Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น โดราเอมอน (ญี่ปุ่น: ドラえもん Dora'emon โดะระเอะมง ?) หรือ โดเรมอน เป็น การ์ตูนญี่ปุ่น แต่งโดย ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ เรื่องราวของหุ่นยนต์แมว ชื่อ โดราเอมอน โดยฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ได้กล่าวว่าโดราเอมอนเกิดวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 (พ.ศ. 2655) มาจากอนาคตเพื่อกลับมาช่วยเหลือโนบิตะ เด็กประถมจอมขี้เกียจด้วยของวิเศษจากอนาคต โดราเอมอนเริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2513 โดยสำนักพิมพ์โชงะกุกัง[3][4] โดยมีจำนวนตอนทั้งหมด 1,344 ตอน[5] ต่อมาในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดราเอมอนได้รับรางวัลเทะซุกะ โอซามุ ครั้งที่ 1 ในสาขาการ์ตูนดีเด่น[6] อีกทั้งยังได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์เอเชีย ให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย จากประเทศญี่ปุ่น[7] จากนั้นในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดราเอมอนก็ได้รับเลือกให้เป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น[8] นอกจากนี้บริษัทบันได ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าการ์ตูนที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ยังได้ผลิตหุ่นยนต์โดราเอมอนของจริงขึ้นมาในชื่อว่า "My โดราเอมอน" โดยออกวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552[9] ในประเทศไทย โดราเอมอนฉบับหนังสือการ์ตูนมีการตีพิมพ์โดยหลายสำนักพิมพ์ในช่วงก่อนที่จะมีลิขสิทธิ์การ์ตูน[10][11] แต่ปัจจุบัน สำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์แต่เพียงผู้เดียว ส่วนฉบับอะนิเมะ ออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. หรือโมเดิร์นไนน์ทีวี ในปัจจุบัน และวางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี-ดีวีดี ลิขสิทธิ์โดยบริษัทโรส วิดีโอ[12] https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99

เอลซ่า

ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ Page issues ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ กำกับ คริส บัก เจนนิเฟอร์ ลี อำนวยการสร้าง ปีเตอร์ เดล เวโค เขียนบท เจนนิเฟอร์ ลี เขียนเรื่อง คริส บัก เจนนิเฟอร์ ลี เชน มอริส เค้าโครงจาก ราชินีหิมะ โดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน นำแสดง คริสเตน เบลล์ ไอดินา แมนเซล โจนาธาน กรอฟฟ์ จอร์ช แกด ซานติโน่ ฟอนทาน่า ดนตรีประกอบ คริสโตฟ เบค ตัดต่อ เจฟ ดราไฮม์ ค่าย วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส วอลต์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์ จำหน่าย/เผยแพร่ วอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์โมชันพิคเจอร์ส ฉาย 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 (El Capitan Theatre) พฤศจิกายน 27, 2013 (United States) ธันวาคม 5, 2013 (Thailand) ความยาว 102 นาที[1] ประเทศ สหรัฐอเมริกา ภาษา อังกฤษ งบประมาณ $150 ล้าน[2][3] รายได้ $1,274,219,009[3] ข้อมูลจากสยามโซน ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ หรือ โฟรเซน (อังกฤษ: Frozen เป็นภาพยนตร์เพลงแนวแฟนตาซี-คอเมดีประเภทคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสามมิติในปี พ.ศ. 2556 อำนวยการสร้างโดยวอลต์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์และจัดจำหน่ายโดยวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส.[4] ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าเรื่องราชินีหิมะของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน นับเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันลำดับที่ห้าสิบสามของภาพยนตร์ในชุดแอนิเมชันคลาสสิกของวอลท์ดิสนีย์ โดยเล่าเรื่องเจ้าหญิงผู้กล้าที่ผจญภัยไปกับคนขายน้ำแข็ง กวางเรนเดียร์ และมนุษย์หิมะผู้อับโชค เพื่อค้นหาพี่สาวที่ห่างเหินซึ่งมีพลังน้ำแข็งที่ทำให้อาณาจักรตกอยู่ภายใต้ฤดูหนาวชั่วนิรันดร์โดยไม่ได้ตั้งใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านช่วงการเรียบเรียงร่างบทภาพยนตร์มาหลายปีก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้เดินหน้าต่อใน พ.ศ. 2554 โดยมีเจนนิเฟอร์ ลี เป็นผู้เขียนบท และลีกับคริส บัก เป็นผู้กำกับ นอกจากนี้ยังได้ คริสเตน เบลล์, ไอดินา แมนเซล, โจนาธาน กรอฟฟ์, จอร์ช แกด และซานติโน่ ฟอนทาน่า มาเป็นผู้พากษ์เสียงตัวละคร คริสโตฟ เบค ผู้ร่วมงานกับดิสนีย์ในภาพยนตร์สั้น Paperman เป็นผู้เรียบเรียงทำนองออร์เคสตรา และโรเบิร์ต โลเปซ กับคริสเตน แอนเดอร์สัน-โลเปซ คู่สามีภรรยานักแต่งเพลงเป็นผู้แต่งเพลงประกอบเรื่อง โฟรเซนเปิดรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์เอลแคปิตันเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556[5] และออกฉายเป็นการทั่วไปในวันที่ 27 พฤศจิกายน โดยได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้นหลามทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชม นักวิจารณ์บางคนเห็นว่าโฟรเซนเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันและภาพยนตร์เพลงที่ดีที่สุดตั้งแต่ยุคฟื้นฟูของดิสนีย์[6][7] ภาพยนตร์ยังทำรายได้อย่างล้นหลาม ได้รับรายได้กว่า $1.2 พันล้านทั่วโลก โดยเป็นรายได้จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา $400 ล้าน และอีก $247 ล้านในญี่ปุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล, ภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลลำดับห้า, ภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในปี 2556 และภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดการลำดับสามในญี่ปุ่น โฟรเซนได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลงเล็ทอิทโก)[8], รางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม[9] รางวัลบาฟต้าสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม[10]รางวัลแอนนีห้ารางวัล (รวมทั้งภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม) และรางวัลนักวิจารณ์คัดสรรในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลงเล็ทอิทโก)[11] เนื้อเรื่อง แก้ไข ในอาณาจักรแห่งเอเรนเดลล์ พระราชาและพระราชินีมีพระธิดาสองคน เจ้าหญิงเอลซ่า พระธิดาองค์โต และเจ้าหญิงแอนนา พระธิดาองค์เล็ก จากเจ้าหญิงทั้งสองคน เอลซ่าเกิดมาพร้อมความวิเศษในการเสกน้ำแข็งออกมาได้ดังใจสั่ง คืนหนึ่ง อันนาปลุกเอลซ่าให้มาเล่นด้วยกัน ขณะที่เอลซ่าและอันนากำลังเล่นกำลังเล่นสนุกสนานกับพลังวิเศษนี้ พลังหิมะของเอลซ่าถูกเสกเข้าที่หัวของอันนาด้วยความไม่ตั้งใจ อันนาหมดสติ และเส้นผมส่วนหนึ่งของเธอเปลี่ยนเป็นสีขาว พระราชาและพระราชินีรีบพาเจ้าหญิงทั้งสองไปยังหุบเขาอันเป็นที่อยู่ของเผ่าโทรลล์ผู้วิเศษเพื่อขอความช่วยเหลือ ในขณะที่อันนายังหมดสติอยู่นั้น ปู่แพ็บบี้ โทรลล์เฒ่าผู้นำเผ่า กล่าวว่าโชคดีที่เธอถูกพลังแค่ที่หัว แต่หากเป็นหัวใจแล้วจะต้องแย่แน่ๆ แพบบี้ได้ลบความทรงจำของอันนาเกี่ยวกับพลังของเอลซ่าออก เหลือทิ้งไว้แต่ความสนุกสนานของทั้งสองพี่น้อง และเตือนเอลซ่าว่าพลังของเธอจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องหัดที่จะควบคุมพลังนี้ให้ได้ เมื่อกลับสู่พระราชวัง เพื่อซ่อนเรื่องนี้เป็นความลับ พระราชาทรงสั่งให้มีการปิดประตูวัง ไม่ให้บุคคลทั้งภายนอกและภายในเข้าออก สองพี่น้องต้องถูกเลี้ยงดูแยกจากกัน การควบคุมพลังของเอลซ่านับวันมีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ พระราชาต้องมอบถุงมือพิเศษให้เอลซ่า เพื่อให้เธอควบคุมพลังของเธอได้ง่ายขึ้น ในขณะที่อันนาแม้จะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติธรรมดา แต่ก็ต้องอยู่กับโดดเดี่ยวตลอดหลายปี จากการที่เอลซ่าไม่ยอมพูดคุยกับเธอ แม้เธอจะยังจดจำความสนุกสนานที่เคยมีด้วยกันตอนเด็กๆได้ จนกระทั่งจุดพลิกผันมาถึงชีวิตของทั้งสองเมื่อพระราชาและพระราชินีทรงสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันขณะเดินทางออกทะเล สามปีหลังจากกการสิ้นพระชนม์ของพระราชาและพระราชินี เอลซ่าก็มีมีอายุครบกำหนดที่จะเข้าพิธีราชาภิเษก ในวันพิธีนั้น ประตูวังจึงได้เปิดออกหลังจากปิดมานานหลายปี อันนาซึ่งใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมานานจึงออกจากวังเพื่อไปสำรวจบ้านเมือง ก่อนจะได้เจอกับเจ้าชายฮานส์ บุตรชายคนที่สิบสามของพระราชาแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ และด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ทำให้อันนาตกหลุมรักฮานส์อย่างรวดเร็ว ส่วนเอลซ่าเธอเกรงว่าเธอจะปล่อยพลังของเธอออกมาในงานราชาภิเษก และเธอพยายามควบคุมมันไว้จนได้ ที่งานเลี้ยงหลังพิธี อันนาและเอลซ่าได้พูดคุยต่อหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น ทว่าเพียงครู่ต่อมาเมื่ออันนาได้พาฮานส์มาพบเอลซ่า เพื่อขออนุญาตจากเอลซ่าให้ทั้งสองแต่งงานกัน เอลซ่าไม่อนุญาต และให้เหตุผลว่าอันนาจะแต่งงานกับชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียวไม่ได้ และสองพี่น้องเริ่มทะเลาะกัน อันนาดึงถุงมือของเอลซ่าออก ด้วยความกดดัน เอลซ่าไม่สามารถควบคุมพลังวิเศษของเธอได้ และเสกน้ำแข็งออกมาต่อหน้าผู้คนทั้งอาณาจักร ดยุคแห่งวีเซิลตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแขกต่างเมืองที่มาร่วมงาน ตะโกนใส่เอลซ่าว่าเธอคือปีศาจ เธอจึงหวาดกลัวและวิ่งหนีออกไปจากเมือง และซ่อนตัวบนภูเขาอันห่างไกลจากอาณาจักร ณ ที่นั้น เธอรู้สึกปลดปล่อยจากความกดดันที่เธอพบมาเนิ่นนาน และได้ใช้พลังของเธอสร้างพระราชวังน้ำแข็งอันสวยงามขึ้นมา โดยที่ตลอดเวลานี้เธอไม่รู้เลยว่าพลังความกลัวของเธอทำให้ทั้งอาณาจักรตกอยู่ในสภาพฤดูหนาวชั่วนิรันดร์ที่โหดร้าย ทางด้านของอันนา ซึ่งรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ของตนหนีไป จึงรีบออกตามหาเอลซ่าด้วยตนเอง และมอบหมายให้เจ้าชายฮานส์เป็นผู้ดูแลอาณาจักรชั่วคราวแทน ในระหว่างทาง อันนาได้พบกับคริสตอฟฟ์ และสเวน กวางเรนเดียร์คู่ใจของเขา เพื่อให้เขาช่วยนำทางในการตามหาเอลซ่า ทว่าเพียงไม่นานหลังจากทั้งกลุ่มออกเดินทางด้วยกัน ก็ถูกฝูงหมาป่าออกมาไล่ล่า ระหว่างที่ทุกคนหนีเอาตัวรอด คริสตอฟฟ์ต้องเสียเลื่อนหิมะราคาแพงของเขา ด้วยความรู้สึกผิด อันนาจึงขอออกเดินทางต่อด้วยตัวเอง และจะชดใช้ค่าเสียหายให้เขาเมื่อเธอตามหาเอลซ่าพบ คริสตอฟฟ์ แม้จะไม่อยากจะช่วยอันนาในการเดินทางต่อ แต่สเวนก็โน้มน้าวให้คริสตอฟฟ์เปลี่ยนใจและช่วยอันนาตามหาพี่สาวของเธอต่อ ทั้งกลุ่มเดินทางมาพบกับโอลาฟ ตุ๊กตาหิมะที่เอลซ่าสร้างขึ้นระหว่างที่เธอกำลังหัดใช้พลังของเธอในการสร้างพระราชวังน้ำแข็ง โดยที่เอลซ่าเองไม่รู้ว่าโอลาฟนั้นได้มีชีวิตขึ้นมา โอลาฟอาสานำกลุ่มไปพบกับเอลซ่า เมื่อทั้งพวกเขามาเจอกับเอลซ่าที่พระราชวังน้ำแข็ง อันนาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เอลซ่ากลับไปช่วยอาณาจักรให้คืนสู่ฤดูร้อน แต่เอลซ่ากลับยิ่งกลัวที่พลังของเธอรุนแรงขนาดนี้ ทั้งยังเผลอระเบิดพลังความหวาดกลัวของเธอเข้าใส่เข้าหัวใจของอันนา และปฏิเสธที่จะกลับไปยังเอเรนเดลล์ เอลซ่าเสกมนุษย์หิมะขนาดยักษ์ขึ้นมาเพื่อนำพวกเขาออกไปจากวัง ผมของอันนาเริ่มกลายเป็นสีขาว ทำให้อันนาเริ่มกังวล คริสตอฟฟ์อาสาพาอันนาไปหาพวกโทรลล์ ที่ซึ่งเขานับถือเป็นครอบครัว และเพราะเขาเองก็เคยเห็นพ่อแม่ของอันนามาขอความช่วยเหลือจึงรีบออกเดินทางกลับไปยังเอเรนเดลล์ เพื่อให้อันนาได้พบกับฮานส์ที่คิดว่าคือรักแท้ของอันนา ขณะเดียวกัน ด้วยความกังวล ฮานส์ได้ออกไปตามหาอันนา โดยมีทหารสองนายของดยุคแห่งวีเซิลตันซึ่งไดรับการกำชับให้สังหารเอลซ่า อาสาร่วมเดินทางไปกับฮานส์ด้วย เมื่อไปถึงพระราชวังน้ำแข็ง ขณะที่ฮานส์ต่อสูกับมนุษย์หิมะยักษ์ที่เอลซ่าสร้าง ทหารของดยุคได้มุ่งหน้าเข้าภายไปในวังเพื่อเตรียมสังหารเอลซ่า เอลซ่าพยายามใช้พลังของเธอต่อสู้กลับพวดเขาและเกือบฆ่าทหารทั้งสอง แต่ฮานส์เข้ามาถึงในเหตุการณ์และขอร้องเอลซ่าให้หยุด ขณะที่ เอลซ่าตั้งสติได้ ทหารของดยุคได้ยกหน้าไม้ขึ้นเตรียมฆ่าเธอ ฮานส์เข้าไปปัดหน้าไม้ขึ้นยิงใส่โคมน้ำแข็งเหนือเอลซ่า เอลซ่าวิ่งหลบแต่ล้มและหมดสติไป ก่อนจะฟื้นในห้องขังที่เอเรนเดลล์ ฮานส์ขอร้องให้เอลซ่าหยุดหิมะนี้ แต่เธอบอกว่าเธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพียงไม่นาน คริสตอฟฟ์พาอันนากลับมาถึงเอเรนเดลล์ อันนาเล่าเรื่องการกระทำแห่งรักแท้ให้ฮานส์ แต่ก่อนที่ฮานส์จะจุมพิตอันนา ฮานส์ก็ได้เปิดเผยตัวตนออกมาว่าเรื่องที่เขารักอันนาเป็นเรื่องที่เขาสร้างขึ้น การที่เขามีพี่ชายถึงสิบสองคน ทำให้เขาไม่มีทางจะมีอำนาจได้เลย เขาจึงคิดจะแต่งงานกับอันนา ก็เพื่อเตรียมจะยึดตำแหน่งราชาแห่งเอเรนเดลล์ได้หากเขาวางแผนฆ่าเอลซ่าอย่างลับๆได้สำเร็จ ฮานส์ขังอันนาทิ้งไว้ในห้องให้เธอทนกับความหนาวเย็นจนกว่าจะตาย และหลอกให้เหล่าขุนนางเชื่อว่าเขาได้ให้ปฏิญาณแต่งงานกับอันนาก่อนเธอตาย ทำให้เขาเป็นผู้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์ และประกาศให้เอลซ่าเป็นกบฏและสั่งประหารชีวิต แต่เอลซ่านั้นใช้พลังของเธอช่วยหนีออกไปจากที่คุมขังได้เสียก่อน ทว่าความหวาดกลัวของเธอทำให้เกิดพายุหิมะอย่างรุนแรงรอบเอเรนเดลล์ คริสตอฟฟ์และสเวนมุ่งหน้าฝ่าพายุหิมะเพื่อพยายามกลับเข้าไปในวัง ในขณะที่โอลาฟเข้ามาช่วยอันนาเอาไว้ได้และพาเธอหนีออกจากวังเพื่อไปหาคริสตอฟฟ์ ฮานส์ตามหาเอลซ่าในพายุหิมะจนเจอ และหลอกเธอว่าอันนาตายแล้ว เธอล้มลง ด้วยความเสียใจพายุหิมะหยุดนิ่ง อันนาซึ่งกำลังเดินไปหาคริสตอฟฟ์ เห็นฮานส์ที่กำลังคว้าดาบขึ้นมาเพื่อเตรียมสังหารเอลซ่าอยู่ใกล้ๆ จึงได้วิ่งเอาตัวของเธอเข้าไปขวาง ก่อนที่ร่างของเธอจะกลายเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ดาบของฮานส์ระเบิดออกและกระแทกเขาจนหมดสติ เอลซ่าหันมาเห็นร่างของอันนาและกอดเธอไว้อย่างเสียใจ ทว่าการกระทำของเอลซ่านั้นเป็นการกระทำแห่งรักแท้ ร่างน้ำแข็งของเธอค่อยๆละลายและกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เอลซ่าจึงเข้าใจแล้วว่า ความรักนี่เองที่ทำให้เธอควบคุมพลังของเธอได้ ก่อนที่เธอจะใช้พลังของเธอค่อยๆละลายหิมะที่ปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาจักร ฮานส์ถูกส่งตัวกลับไปยังอาณาจักรของเขาเพื่อรับโทษ เอลซ่าประกาศตัดขาดทางการค้ากับเมืองวีเซิลตันท่ามกลางคำคัดค้านที่ไร้ผลของดยุค อันนาซื้อรถเลื่อนคันใหม่ให้คริสตอฟฟ์ชดใช้คันที่เสียไป ก่อนที่คริสตอฟฟ์จะจูบเธอด้วยความดีใจ เอลซ่าใช้พลังของเธอเปลี่ยนพื้นที่ในวังเป็นให้เป็นลานน้ำแข็งให้ชาวเมืองได้เพลิดเพลินกันอย่างมีความสุข และบอกอันนาว่าพวกเธอจะไม่มีวันปิดประตูวังอีกต่อไปhttps://th.m.wikipedia.org/wiki/ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ

กระต่ายกับเต่า

กระต่ายตัวหนึ่งมั่นใจในความเร็วของตัวมัน มันท้าทายสัตว์ทุกตัวให้แข่งกับมัน ไม่มีสัตว์ตัวใดรับคำท้า เต่าตัวหนึ่งนึกสนุกจึงรับคำท้าเจ้ากระต่าย เมื่อการแข่งเริ่มต้น กระต่ายน้อยวิ่งนำเต่าไปสุดลูกหูลูกตา มันไม่เห็นเจ้าเต่าจึงงีบหลับลง เต่าน้อยคลานมาถึงกระต่าย กระต่ายก็ไม่รู้ตัว เมื่อกระต่ายตื่นขึ้นมา เจ้าเต่าก็เข้าเส้นชัยเสียแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความประมาทนำมาสู่ความปราชัย http://xn--o3cdb3hi.codingbasic.com